- Quickly update your status - Instantly access your profile & photo comments - Connect with your friends
Upgrade to Flash Player 10 and make a "hi5 Star" today.
Your friend doesn't have a hi5 star!
บทที่ 1 ตอนที่ 1หอคอยความฝัน
“ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่ อย่าเพียงแค่ให้ได้แค่ทำหรือทำเพื่อให้ผ่าน ผ่าน ไปเท่านั้น เมื่อจะทำแล้ว คุณต้องไปจนสุดทางของสิ่งนั้น สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ คุณต้องมุ่งหน้า อดทน พยายามและทำทุกอย่าง ทุกวิถีทาง เพื่อให้ไปสู่จุดมุ่งหมายสู่ความสำเร็จและดอกผลของมันนั่นแหละที่ฉันเรียกมันว่า “ความดัง””
ใครบางคนเคยบอกไว้ว่า ยิ่งใครสักคนประสบความสำเร็จมากเพียงใด ใครคนนั้นก็จะยิ่งห่างไกลไปจากความเป็นตัวของตัวเองมากเพียงนั้น ไม่มีจุดกึ่งกลางระหว่างสิ่งปรารถนากับธรรมชาติที่อยากจะเป็น ได้อย่างก็มักจะต้องเสียอย่าง บางครั้งความสำเร็จก็ไม่ปรานีที่จะให้ใครได้เลือกในอะไรได้อย่างอิสรเสรี ความสำเร็จให้ค่าการตอบแทนแก่ทุกคนที่ไขว่คว้า แสวงหามัน ด้วยอรุณรุ่งแห่งความสดใสในวัยวันที่เราร่ำร้อง เรียกหามัน แต่ในมุมตกกระทบอีกฝากฝั่งหนึ่งความสำเร็จก็เรียกร้อง ทวงคืนจากตัวตนคนที่ต้องการ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ในแต่ละปัจเจก ก็จะได้ และ ไม่ได้ เคียงคู่กันไปเสมอ ฉันใดก็ฉันนั้น หากจะย้อนกลับไป ในเวลานั้น เวลาที่ชีวิตฉันทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ฉันแทบจะไม่มีเวลาให้หวลคิดว่า สิ่งที่ได้มานั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใดและพึงที่จะรักษาไว้อย่างระมัดระวังที่สุดอย่างไร บางที บางครั้ง ความไม่เป็นตัวของตัวเองก็ทำให้ฉันประมาท ขาดความรอบคอบในเส้นทางที่ฉันสร้างมันขึ้นมาด้วยมือฉันเอง ฉันลืมมันไปเสียสนิท ลืมความยากลำบาก ลืมการฝ่าฟัน ลืมความทะยานอยาก ลืมแม้กระทั่งวิญญาณของความยากไร้ ความยากเย็นแสนเข็ญในเวลาก่อนที่ฉันจะมายืนอยู่ในจุดที่ฉันเป็นอยู่ ในครั้งนั้น เมื่อ "ดึกๆหมึกสีม่วง" ผงาดขึ้นสู่การยอมรับของผู้ฟัง ฉันแทบลืมไปว่า เส้นทางชีวิตที่ดำเนินมาก่อนหน้านั้น ช่างแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง หากไล่เรียงกันไป มันเป็นห้วงเวลาเมื่อฉันยืนอยู่ที่ตรงนั้น ตรงพื้นที่ของฉัน “ความสำเร็จ” ไม่เปิดโอกาสสำหรับการทบทวนสำหรับฉันมากนัก ฉันจัดรายการวิทยุตั้งแต่ตีหนึ่งถึงตีห้า นั่นหมายความว่าฉันจะต้องมาเตรียมตัวและมาถึงสถานีก่อนหน้ารายการจะออนแอร์อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เพื่อตระเตรียมเพลงและสิ่งที่ผู้ฟังจะได้ยินจากฉันในรายการ เมื่อทุกอย่างพร้อม ฉันนั่งประจำที่และดำเนินรายการไปด้วยความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง และคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง จนเมื่อการนั่งเป็นเพื่อนผู้ฟังของฉันจบลงในเวลาตีห้า หกโมงเช้า ฉันต้องไปบันทึกรายการ “ฉันมากับเพลง” เพื่อออกอากาศในต่างจังหวัดแทบจะทั่วประเทศ มันเป็นรายการที่ฉันรับทำให้กับบริษัทนิธิทัศน์ โปรโมชั่น (ค่ายเพลงดังแห่งหนึ่งในยุคนั้น ที่สร้างศิลปินไว้ประดับในวงการเพลงอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ วงเพื่อน ฟอร์เอฟเวอร์ โอเวชั่น ฯลฯ) ฉันใช้เวลาในการบันทึกรายการนี้เป็นเวลาสามชั่วโมง คือประมาณหกโมงเช้าถึงเก้าโมง จากนั้นฉันกลับมาที่บริษัทหมึกสีม่วงอีกครั้งเพื่อใช้เวลานี้ในการประชุมกับทีมงานบ้าง จัดการเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการ เซ็นต์เอกสาร เซ็นต์เช็คสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ หรืออื่นๆ ฉันใช้เวลาสำหรับเรื่องราวเหล่านี้ในช่วงสิบโมงถึงเที่ยง ซึ่งก็อาจมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับการจัดรายการที่ผ่านมาในคืนก่อนบ้างตามแต่โอกาสหรือเรื่องราวที่มีเข้ามาให้ฉันและทีมงานได้ขบคิด ต่อยอดกันไป และในอีกส่วนหนึ่งก็คือสิ่งที่จะต้องมีการเตรียมตัวเพื่อความสมบูรณ์แบบและน่าสนใจยิ่งขึ้นในคืนถัดไป จบจากการพูดคุยตรงนี้ ฉันจึงมีเวลาพักกินข้าว ก่อนจะโหมลุยงานต่อในเวลาบ่ายโมงซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่เปิดให้กับคิวการสัมภาษณ์บ้าง บันทึกรายการทีวีที่ฉันรับเป็นพิธีกรบ้าง พูดคุยกับแฟนรายการที่มาเยี่ยมบ้าง หรือการนัดหมายเพื่อการพูดคุยในเรื่องต่างๆนาๆ ที่จะแตกต่างไปในแต่ละวันเวลาในช่วงนี้จะใช้ถึงประมาณบ่ายสามโมง เสร็จจากนั้น ฉันต้องเดินทางไปตามสตูดิโอบันทึกเสียงต่างๆ เพื่อลงเสียงสปอตโฆษณาของสินค้าที่ต้องการใช้เสียงของฉันเป็นสื่อกลางถึงผู้บริโภค หรือจะเป็นงานบรรยายสารคดีต่างบ้างๆ โดยใช้เวลาตั้งแต่ที่เดินทางไปถึงจนถึงห้าโมงเย็น ในช่วงเวลาตรงนี้ในบางวันของสัปดาห์ฉันจะได้มีโอกาสพักผ่อนบ้างแต่ก็น้อยเต็มทีในช่วงเย็นก็จะมีงานพิธีกรที่เป็นงานเลี้ยงทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของศิลปิน เปิดตัวสินค้าใหม่ งานเลี้ยงพนักงานของบริษัทต่าง ๆ อะไรทำนองนี้ เวลาในช่วงนี้ของฉันจะสิ้นสุดที่สามทุ่ม เสร็จจากงานพิธีกรตรงนี้ส่วนใหญ่ฉันจะมีโอกาสได้พัก เพื่อเตรียมตัวไปสู่ดึกๆหมึกสีม่วงต่อไป แต่ก็จะมีบ้างที่เวลาในช่วงตรงนี้จะเป็นเวลานัดหมายสำหรับการพบปะสังสรรค์กับลูกค้าบ้าง กับเพื่อนบ้าง หรือเอาไว้เดินสายสำหรับการเปิดตัวของร้านอาหารใหม่ๆ ผับต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทุกอย่างดำเนินไปราวกับวัฏจักร เป็นวัฎจักรที่ฉันขีดมันขึ้นมาด้วยตัวฉันเอง เป็นวัฏจักรที่ฉันและคนรอบข้างที่ศรัทธาฉันช่วยกันร่างมันขึ้นมาอย่างเต็มใจ เป็นวงจรชีวิตและสำหรับฉันมันเป็นวงจรชีวิตที่มีความสุขมากที่สุด มีหลายครั้งที่ฉันเคยหลับไปกับไมค์ขณะบันทึกรายการที่บริษัท นิธิทัศน์ โปรโมชั่น และมีหลายคราวที่คนขับรถของฉันต้องมาช่วยฉันเปิดเพลง ในเวลาที่ฉันต้องการพลังงานอย่างที่สุด “แก้ว....เดี๋ยวแก้วช่วยพี่เปิดเพลงสักครั้งละ 3 เพลงนะ แล้วปลุกพี่ขึ้นมาพูด ถึงเวลาต้องเบรคสปอตก็ใส่ตามคิวที่เขาให้มานะ วันนี้พี่ไม่ไหว เหนื่อยจัง อยากพักตรงนี้หน่อยนะ” “ได้ครับพี่” ไอ้เจ้าแก้วตามฉันมาได้ระยะใหญ่ๆ แล้ว พอจะรู้งาน รู้เครื่องไม้เครื่องมือบ้าง และไว้ใจได้พอควรทีเดียว “พี่......... พี่ครับ...” เจ้าแก้วเรียก พร้อมกับเอื้อมมือมาเขย่าตัวฉันด้วย เพราะลำพังแค่เสียงเรียกอย่างเดียวเอาไม่อยู่แล้ว “พี่ครับ....พูดหน่อยครับ...ผมเปิดไปสามเพลงแล้วครับ” “อือ.....” ฉันงัวเงียตื่นขึ้นเป็นช่วงๆ ตามคำปลุกของเจ้าแก้ว “คุณที่รักครับ กับสามเพลงที่ผ่านไปนะครับ วันนี้ผมตั้งใจจะให้คุณได้ฟังเพลงกันอย่างจุใจครับ..................บรา...บรา........บรา......” ก็ว่ากันไป ในเวลานั้น ชีวิตฉันและงานได้ผสานกลายเป็นอย่างเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ ติดตามตอนต่อไป
Paste or type URL of a photo here:
© 2003-2009 hi5 Networks | English